วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เพิ่มข่าวฟุตบอลแต่ก่อนปิดตลาดคดสุดท้ายของการซื้อขายนักเตะของศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ



ทีมหงส์แดงเดิมพันที่เอลเกรียน




ซึ่งถ้าสมภพไม่มีอะไรผิดเพลี่ยงพล้ำ ทางสโมสรทีม ลิเวอร์พูล จะได้ฤกษ์ต้อนรับกองหน้าคนใหม่และคนสุดท้ายในช่วงซัมเมอร์นี้ ที่มีนามว่า มาริโอ บาโลเตลลี่

และสำหรับคณะสาวกทีม เดอะ ค๊อป แล้ว การเซ็นสัญญาดังกล่าวน่าจะสร้างอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลาย โดยเฉพาะกับการที่แฟนโปรแกรมบอลฝ่ายนี้เคยบากบั่นเร่งเร้าให้บอร์ดบริหารซื้อดาวยิงระดับพระกาฬเพื่อทดแทนการขาดหายไปของ หลุยส์ ซัวเรซ มาร่วมทัพเสียที

ซึ่งมันอาจจะดูปางกับว่าทีม ลิเวอร์พูล เสียตัว กัด เพื่อไปได้ตัว เกรียน มาแทน แต่ว่าหากจะมองโลกในแง่บวกโลกสวยฟรุ้งฟริ้งกันสักนิด ที่จริงอย่างหนึ่งในชีวิตของ บาโลเตลลี่ ก็คือเขาไม่เจนเห็นหัวไหล่ใครยังไม่ตาย snack อาหารว่างไว้ขบเคี้ยวเล่น 555++



ซึ่งจากเป้าหมายที่ดูเหมือนว่าจะเป็นแค่ข่าวลือ แต่ดันกลายเป็นจริง

กับเมื่อเทียบกับ 1.การเตะบอลใส่รถกอล์ฟ , 2.ขว้างลูกดอกปาเป้าใส่ทีมนักเตะเยาวชน หรือ 3.จุดไฟเผาบ้านตัวเอง เรื่องราวทั้งหมดอาจไม่ได้ทรามอะไรนัก

ซึ่งนั่นเชื่อเหลือเกินนะครับว่า ผู้คนส่วนใหญ่ล้วนไม่เคยสงสัยในพรสวรรค์ที่มีมาแต่กำเนิดของ เอล เกรียน หากแต่สิ่งเดียวที่ปิดกั้นระหว่างตัวเขากับนิยามของการเป็นแข้งระดับโลกก็คือ ทัศนคติ

  1. ความไม่มีวินัย 
  2. อารมณ์แรงกระตุ้นแปรปรวน 
  3. เต็มที่เฉพาะในเวลาที่อยากเต็มที่ 
  4. รักจะยิงแต่ลูกสวยๆ 
  5. เกลียดทุกอย่างที่เป็นความเป็นประจำ หรือถ้าหากจะพูดแบบมัดรวมง่ายๆ ก็คือนิสัยเด็กดื้อนั่นเอง


แต่หากมาลองวิเคราะห์บอลพร้อมกับมองกันบนพื้นฐานของโลกแห่งความเป็นจริง แฟนๆ ทีมลิเวอร์พูล คงต้องก้มหน้ายอมรับว่า บาโลเตลลี่ ไม่ใช่ตัวเลือกกองหน้าอันดับ 1 ที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เฝ้าฝัน แต่เขากำลังจะได้ย้ายมาสัมผัสประสบการณ์ใน แอนฟิลด์ ก็เพราะตัวเลือกอื่นๆ ที่ทีม หงส์แดง เล็งไว้อย่าง 
  1. ราดาเมล ฟัลเกา 
  2. เอดินสัน คาวานี่ 
  3. โดยที่เอเซเกล ลาเวซซี่ ไม่ยอมย้ายมามากกว่า

หรือไม่ว่าจะเป็นเพราะ บี-ร็อด คิดถึงบรรยากาศของความสับสนอลหม่านเมื่อสมัยที่ คิง หลุยส์ ยังอยู่ที่นี่หรืออะไรก็แล้วแต่ เนื่องจากถ้าหากเราทวนทบเวลากลับไปเมื่อ 3 อาทิตย์ก่อนหน้านี้ ร็อดเจอร์ส เพิ่งจะปฏิเสธข่าวคราวลือที่พัวพันกับ น้องโอ้ ไปด้วยซ้ำ




พร้อมด้วยด้วยฟอร์มการเจอกันที่อเมริกาทีม เพื่อนชายหงส์ต่างร้อง ยี้ แต่ตอนนี้ได้มาก็ เอาน่ะ

ซึ่งอยู่ดีๆ ร็อดเจอร์ส ก็เกิดเลือกจิ้มเดิมพันการเซ็นสัญญากับ บาโลเตลลี่ ในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ และนี่จะเป็นความพยายามของอีก 1 กุนซือที่มีความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่าจะอาจจะเปลี่ยนกองหน้าทีมชาติอิตาลี จากน้ำเปล่าให้เป็นไวน์ชั้นเลิศได้

โดยที่โบราณกาลเจ้านายเก่าของ บาโล อย่าง 
  • โรแบร์โต้ มันชินี่ 
  • โชเซ่ มูรินโญ่ 
  • มักซิมิลิเอโน่ อัลเลกรี 
  • คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ
  • เซซาเร่ ปรันเดลลี่ 

ซึ่งก็คงจะรักษารอดูความมานะของ ร็อดเจอร์ส ด้วยใจระทึก

ด้วยวัยถึง 24 ขวบ สำหรับร็อดเจอร์ส คงไม่สามารถอ้างว่า บาโลเตลลี่ ยังเด็กเกินไปได้อีกแล้ว เช่นเดียวกับ บาโลเตลลี่ ที่ก็คงเหลือข้ออ้างในการทำผิดพลาดอยู่น้อยเต็มที

ซึ่งริชาร์ด โจลลี่ คอลัมนิสคนดังของ Goal.com หล่นความเห็นระบุใจความสั้นๆ ที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งเอาไว้ว่า ขั้นของ บาโลเตลลี่ ในครั้งนี้มีบางอย่างที่คล้ายๆ กับ ดาเนี่ยล สเตอรริดจ์ เมื่อเดือน มกราคม 2013 ซึ่งนั่นก็คือนี่อาจเป็นลู่ทางสุดท้ายที่เขาจะได้พิสูจน์ตัวกับสโมสรระดับ บิ๊กทีม

และทางด้านสเตอร์ริดจ์ สามารถเอาตัวรอดพิสูจน์ตัวเองมาได้จากผลงาน 1 อุตุกาลครึ่งอันแสนจะน่าประทับใจ ซึ่งบาโลเตลลี่ เองก็ไม่ต่างกัน เพราะหากเขาทำภารกิจของตัวเองในครั้งนี้ได้สำเร็จ มูลค่าทางการตลาดของภูจะถูกดันขึ้นมาสูงลิบลิ่วขึ้นอีกครั้ง แต่ถ้าทุกอย่างจบลงด้วยความล้มเหลว สโมสรต่อไปของ บาโลเตลลี่ อาจกลายเป็นทีมอย่าง 1.ปาร์ม่า , 2.โตริโน่ , 3.นิวคาสเซิ่ล หรือ 4.เวสต์แฮม





แต่ทว่าว่าอย่างน้อย เกรียนโอ้ ก็คือจอมยิงทีม ผีแดง คนหนึงถ้าทำได้สักลูกแฟนหงส์คงซูฮก เขาได้สบาย

และหากจะพูดไปถึงการเล่นให้กับทีมเหล่านี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายอะไรขนาดนั้น แต่เราก็ต้องยอมรับว่านั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่แฟนฟุตบอลทุกคนคาดหวังจาก เกรียนโอ้ เมื่อ 6 ปีก่อนเช่นกัน

เหมือนกับเป็นบทพิสูจน์ครั้งใหม่ , และความคาดหวังครั้งใหม่ของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ควรจะต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อปรวนแปรฉากจบของตัวเองให้เป็นรูปแบบอื่นที่ดีกว่าโลกใบเก่าของเขาบ้างเสียที

และถ้าหากเขาทำไม่สำเร็จ นอกเหนือจากที่อาชีพการค้าแข้งของเขาจะพุ่งเข้าสู่ช่วงดิ่งลงเหวอย่างเต็มตัวแบบแน่นอนแล้ว เขาก็อาจแปรสภาพกลายเป็นร่างทรงของ สแตน คอลลีมอร์ ที่เคยชินแท็คทีมกับเพื่อนๆ ชาวแก๊งตัวแสบ คอยปีนเกลียว รอย อีแวนส์ กุนซือมาดนุ่มของทีม หงส์แดง ชุด สไปซ์บอย จนพาลทำสปิริตภายในทีมพังไม่เป็นท่า

พร้อมด้วยเมื่อนั้น ลิเวอร์พูล ก็อาจกลับไปเอวังเข้าสูตรของสโมสร Keep look 
  • สวยแต่รูปจูบไม่หอม 
  • กินไม่ได้ แต่เท่ หรือ 
  • เก่งแต่ป้อ ล่_ไม่เป็น ด้วยประการฉะนี้

มาช่วยกันภาวนาเอาใจช่วย ร็อดเจอร์ส กันด้วยแล้วกันครับ

ทีมผีแดงทุบสถิติ ผลาญเงินซื้อแข้งใหม่แซงงบปี 2007



เมื่อสื่อได้แฉว่า นี่เป็นซัมเมอร์ที่ทีม แมนฯ ยูฯ ได้ลงทุนซื้อแข้งมากหลายสุดในเรื่องราวศาสตร์สโมสรทำลายสถิติเมื่อปี 2007 ที่ดึง 1.อันแดร์สัน, 2.นานี่, 3.ฮาร์กรีฟส์ และ 4.เตเวซ มาเสริมทัพ

โดยที่สื่ออย่าง อีเอสพีเอ็น ที่เป็นสื่อกีฬาชื่อดัง ได้ออกกฎสถิติการจับจ่ายใช้สอยของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่ของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยปรากฏออกมาว่าตัวเลข 72 ล้านปอนด์หรือ 3,960 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการลงทุนของทีม ปีศาจแดง ที่แจ๊ดที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำลายสถิติเก่าของตัวเองที่เคยสร้างเอาไว้เมื่อปี 2007 ในยุคของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จอมคนเลือดสกอต

ทางด้านบอร์ดบริหารของทีม ปีศาจแดง ซึ่งอยู่ภายใต้การคุมทัพของ หลุยส์ ฟาน กัล ได้มีการลงลายมือชื่อสัญญาคว้าตัว 
  • ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายของ เซาธ์แฮมป์ตัน มาร่วมทัพที่ค่าตัว 27 ล้านปอนด์หรือ 1,485 ล้านบาท
  • อันเดร์ เอร์ราร่า ห้องเครื่องจาก แอธเลติก บิลเบา ที่ 28.8 ล้านปอนด์หรือ 1584 ล้านบาท 

ก่อนจะมาลงเอยรายล่าสุด
  • โดยที่มาร์กอส โรโฮ ฟูลแบ็กของทีม สปอร์ติ้ง ลิสบอน ที่มีค่าตัว 16 ล้านปอนด์หรือ 880 ล้านบาท 

ทำให้หัวรวมไปแตะที่ถึง 71.8 ล้านปอนด์ เลยทีเดียว

และสำหรับสถิติเก่าการทุ่มเงินซื้อตัวสูงสุดของทีม ปีศาจแดง นั้นต้องย้อนกลับไปในปี 2007 ที่มีการคว้าตัว 
  • อันแดร์สัน ห้องเครื่องจากทีม เอฟซี ปอร์โต้
  • หลุยส์ นานี่ ปีกจากทีม สปอร์ติ้ง ลิสบอน
  • โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ กองกลางจากทีมบาเยิร์น มิวนิค รวมไปถึงเซ็นยืม 
  • คาร์ลอส เตเวซ กองหน้าจากทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 

เบ็ดเสร็จต้องจ่ายเงินไปทั้งหมดราวๆ 62 ล้านปอนด์หรือ 3,410 ล้านบาท


คาร์ร่าก๊ากเมื่อเจอเด็กถามว่าเคยถูกซัวเรซกัดไหม + คลิป



เมื่อเด็กผู้เยาว์ของทีม ลิเวอร์พูล คนหนึ่งถาม คาร์ราเกอร์ ว่าเจนโดน ซัวเรซ อดีตกองหน้าลิเวอร์พูล กัดหรือเปล่า

ซึ่งเจมี่ คาร์ราเกอร์ เหตุการณ์ในอดีตกองหลังของทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เจอกับคำถามสุดฮาระหว่างเดินทางไปเยี่ยมชมการฝึกซ้อมของทีมเยาวชน ด้วยกันแจกลายเซ็นให้กับน้องๆ หลังจากที่มีเด็กคนหนึ่งถามเจ้าตัวว่าเคยชินโดน หลุยส์ ซัวเรซ อดีตกองหน้าเพื่อนร่วมทีมกัดบ้างหรือเปล่า

โดยที่ซัวเรซ เคยก่อคดีกัดนักเตะทีมคู่แข่งมาแล้วถึง 3 ครั้ง จนทำให้เด็กคนหนึ่งสงสัยในเรื่องนี้และถามกับ คาร์ราเกอร์ ว่า คุณคุ้นโดน หลุยส์ ซัวเรซ กัดไหม ซึ่งเรียกความเห็นหัวเราะจากอดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ แต่เจ้าตัวไม่ได้ตอบอะไรกลับไป






ทีมผีแดงลุ้นหนัก ให้ดิมาเรียขอย้ายจากชุดขาว


ซึ่งในชิ้นงานนี้ทีม ปีศาจแดง ได้มีลุ้น หลีงอันเชล็อตติ กุนซือทีม ราชันชุดขาว เผยเอง ดิ มาเรีย ขออพยพทีมแล้วโดยบอกปัดสัญญาฉบับใหม่

ซึ่งคาร์โล อันเชล็อตติ เทรนเนอร์คนเก่งของทีม ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด มหาอำนาจแห่งศึกลา ลีกา สเปน ออกมายอมรับแล้วว่า อังเคล ดิ มาเรีย ปีกทีมชาติอาร์เจนตินา ต้องการย้ายออกจากถิ่นซานติอาโก้ เบร์เนาเบว ภายในซัมเมอร์นี้ ภายหลังปฎิเสธที่จะจรดปากกาขยายสัญญาฉบับใหม่

โดยดิ มาเรีย วัย 26 ปี ตกเป็นข่าวอย่างต่อเนื่องกับการย้ายไปอยู่กับทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยในช่วงเปิดซีซั่นใหม่เขาต้องตกเป็นตัวสำรองของ เรอัล มาดริด ภายหลังจากการย้ายเข้ามาของ 2 นักเตะชื่อดังอย่าง ฮาเมส โรดริเกซ เพลย์เมกเกอร์ชาวโคลอมเบีย และ โทนี่ โครส มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมัน

หลังจากที่อันเชล็อตติ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า ดิ มาเรีย ขอที่จะย้ายทีม และปฏิเสธรับข้อเสนอเป็นสัญญาใหม่จากสโมสร เราพยายามแก้ไขปัญหานี้ แต่หากเขาไม่อาจหาบทสรุปเกี่ยวกับอนาคตของเขาได้ เขาก็ศักยอยู่กับทีมต่อไปได้ และเล่นให้กับทีม มันไม่ใช่ปัญหา

ในขณะเดียวกันที่ กุนซือชาวอิตาเลียน ได้ให้สัมภาษณ์แขวนกับสถานการณ์ของ ซามี่ เคห์ดิร่า มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมัน ที่มีข่าวกับ 1.ทีมบาเยิร์น มิวนิค, 2.ทีมเชลซี และ 3.ทีมอาร์เซนอล ว่า สถานการณ์ของ เคห์ดิร่า ต่างจาก ดิ มาเรีย เขาเหลือสัญญาอีก 1 ปี กับเพิ่งกลับมาจากอาการบาดเจ็บหนัก เราจะรอดูกันต่อไป แต่เขายังไม่ได้ขอขึ้นรายการย้ายทีมนะ



ตราบเวนเกอร์ลั่นว่าไม่เสียใจเลยที่เชสซบทีมสิงห์บลูส์



โดยที่เวนเกอร์ ลั่นว่าไม่เสียใจเลยที่ เชส เมินกลับรังปืน แถมยังโผซบ หมู่สิงห์บลูส์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ซึ่งอาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมของ อาร์เซน่อล สโมสรชั้นนำแห่งเวทีโปรแกรมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกโศกเศร้าแต่อย่างใดที่ เชส ฟาเบรกาส อดีตมิดฟิลด์กัปตันเลือกย้ายจาก บาร์เซโลน่า ไปอยู่กับสโมสรอริร่วมกรุงลอนดอนอย่าง เชลซี เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่่ผ่านมา พร้อมสรรพกับยกยอปอปั้น อารอน แรมซี่ย์ กองกลางทีมชาติเวลส์ว่าแข้งรายนี้เป็นผู้ที่ทำให้ฝ่ายทีม เดอะ กันเนอร์ส ลืมกองกลางทีมชาติไปแล้วในเวลานี้

พร้อมกับนายใหญ่ชาวฝรั่งเศส ได้กล่าวถึงการพลาดคว้าตัวศิษย์เก่ารายนี้กลับมารียูเนี่ยนกันในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม อีกครั้งว่า ผมไม่ได้รู้สึกเสียใจเลยที่ เชส ฟาเบรกาส ขนส่งไปอยู่กับ เชลซี สิ่งเดียวที่ผมเสียใจก็คือการมองข้ามตัวเลือกแรกอย่าง อาร์เซน่อล ส่วน อารอน แรมซี่ย์ มีสไตล์การเล่นที่แตกต่างจาก เชส แต่เขาเป็นผู้ที่มีศักยภาพรอบด้าน

วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เก็บข้อมูลฟุตบอลในรอบอาทิตย์ที่ผ่านมาช่วงวันที่ 11 - 20 สิงหาคม 57 ห้ามเพลี่ยงโดยเด็ดขาด


ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เบิร์นลี่ย์ พบ เชลซี


  • ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 
  • วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม 2557 
  • เบิร์นลี่ย์ - เชลซี
  • สนาม : เทิร์ฟ มัวร์
  • เวลา : 02.00 นาฬิกา 
  • ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์
  • ถ่ายทอดสด : CTH สเตเดี้ยม 4 
ดูสดที่นี่ >> http://footballclubpza.blogspot.com/



ทีมเบิร์นลี่ย์

เมื่อฌอน ไดซ์ กุนซือของทัพทีม เจ้าตูบ ต้องนำลูกทีมลงพบกับศึกหนัก ตั้งแต่นัดแรกในการกลับมาโลดแล่นบนเวที พรีเมียร์ลีก อีกครั้งนึง เมื่อต้องพบกับ เชลซี ทีมยักษ์ใหญ่จากเมืองหลวง

แต่ยังไงก็ตามพวกเขาก็ทำผลงานได้ไม่เลวในการอุ่นเครื่อง ก่อนเปิดฤดูกาล ด้วยผลงาน ลงแข่ง 4 นัด ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1 นอกจากนี้ยังยิงประตูได้ทุกนัดอีกด้วย

ทางด้านชั้นความพร้อมของทีมนั้น แซม โวคส์ คือนักเตะรายเดียวที่ ไดซ์ จะหมดสิทธิ์ใช้งานในเกมเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีม สิงโตน้ำเงินคราม เนื่องจากยังคงมีลีลาเจ็บบริเวณหัวเข่ารบกวนอยู่นั่นเอง

ในส่วนผู้เล่นรายอื่นๆ นั้นฟิตพร้อมลงสนามทั้งหมด โดยในเกมนี้ แม็ทธิว เทย์เลอร์ และ ลูคัส จัตคีวิซส์ 2 แข้งใหม่ที่เพิ่งจะเซ็นเข้ามาร่วมทัพ ในช่วงซัมเมอร์นี้ มีลุ้นลงเล่นเป็นตัวจริงอีกด้วย

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม 

  1. ทอม ฮีตัน 
  2. เบ็น มี
  3. เจสัน แช็คเคลล์
  4. ไมเคิ่ล ดัฟฟ์
  5. คีแรน ทริปปิเยร์
  6. ดีน มานี่ย์
  7. แม็ธธิว เทย์เลอร์
  8. สก็อตต์ อาร์ฟิลด์
  9. แดนนี่ อิ้งส์
  10. ไมเคิ่ล ไคท์ลีย์
  11. ลูคัส จัตคีวิซส์



ทีมเชลซี

ทีมเชลซี ซึ่งพำนักภายใต้การคุมฝ่ายของกุนซือจอมอหังการอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ทำผลงานในการอุ่นเครื่องได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะมีการทดลองระบบ และตัวผู้เล่นใหม่ๆ มากมาย แต่ก็ยังสามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 6 นัด จาก 8 เกม ที่ลงสนาม โดยซัดไปถึง 18 ลูก และเสียไป 9 ประตูด้วยกัน

ทางด้านของสภาพความพร้อมของทีม  เชลซี แทบจะไม่พบปัญหาในการจัดตัวผู้เล่นลงสนามในเกมนัดนี้เลย จะกุดก็แค่ รามิเรส กองกลางชาวบราซิลเลี่ยนรายเดียวที่ติดโทษแบนอยู่

ในส่วนของ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ที่ได้รับเจ็บในเกมอุ่นเครื่อง ก็น่าจะฟิตกลับมาทันออกสตาร์ทบนม้านั่งสำรองได้ โดยจุดที่น่าสนใจที่สุดในการจัดทัพของ ทีมสิงห์บลูส์ น่าจะเป็นการแย่งตำแหน่งผู้รักษาประตูมือ 1 ระหว่าง 1.ปีเตอร์ เช็ก กับ 2.ติโบต์ กูร์กตัวส์ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็น กูร์กตัวส์ มากกว่าที่จะได้รับจังหวะในเกมนัดนี้

รายชื่อ11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม 
  1. ติโบต์ กูร์กตัวส์ 
  2. บรานิสลาฟ อิวาโนวิช
  3. แกรี่ เคฮิลล์
  4. จอห์น เทอร์รี่
  5. ฟิลิปเป้ หลุยส์
  6. เชส ฟาเบรกาส
  7. เนมานย่า มาติช
  8. ออสการ์,
  9. วิลเลี่ยน
  10. เอเเด็น อาซาร์
  11. ดิเอโก้ คอสต้า 

โดยสถิติที่น่าสนใจมีดังนี้

1.ทั้งคู่เคยพบกันมา 67 ครั้งก่อนหน้านี้ ไม่น่าศรัทธาว่าเป็นฝั่งเบิร์นลี่ย์ ที่ทำได้ดีกว่า ชนะไปได้ 33 นัด เสมอกัน 13 นัด และแพ้ไป 21 เกม

2.โดยหากนับกันเฉพาะเกมที่เล่นในรังของ เจ้าตูบ 33 นัด เจ้าบ้านเอาชนะได้ถึง 18 เกม และแพ้เพียงแค่ 7 นัดเท่านั้น

3.อย่างไรก็ตาม 5 นัดหลังสุดบนเวทีลีกสูงสุดแดนผู้ดี เชลซี ชนะได้ถึง 4 เกม และเสมอ 1

4.ครั้งล่าสุดที่ทั้ง 2 ทีมพบกัน ต้องย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาล 2009/2010 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่เบิร์นลี่ย์ อยู่ในลีกสูงสุด เกมนั้นเชลซี บุกมาเอาชนะไปได้ 1-2 ประตู

5.หากย้อนกลับไปในฤดูกาลที่ผ่านมา 15 เกมหลังสุดในบ้านตัวเอง เบิร์นลี่ย์ เอาชนะคู่แข่งได้ถึง 11 เกม และแพ้กับเสมอ อย่างละ 2 เกมด้วยกัน แต่นั่นก็เป็นเกมในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ

6. ทีมสิงห์บลูส์ เองก็ไม่น้อยหน้า 15 เกมเยือนหลังสุดในพรีเมียร์ลีก พวกเขาชนะได้ 9 นัด เสมอ 2 แพ้ 4

7.แถม 3 นัดล่าสุดนอกบ้านของ เชลซี ชนะรวด โดยเป็นการชนะ สวอนซี ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้

8.ดาวซัลโวสูงสุดของ เชลซี ในฤดูกาลที่ผ่านมา ไม่ใช่นักเตะในตำแหน่งกองหน้า แต่เป็นกองกลางอย่าง เอแด็น อาซาร์ โดยซัดไป 14 ประตูด้วยกัน

9.หาก ติโบต์ กูร์กตัวส์ ได้ลงเล่นเป็นผู้รักษาประตูตัวจริง จะเป็นการลงเล่นแมตซ์อย่างเป็นทางการครั้งแรกกับ เชลซี หลังจากย้ายมาอยู่กับทีมตั้งแต่ปี 2011

10.อายุเฉลี่ยของผู้เล่นเบิร์นลี่ย์ ชุดนี้อยู่ที่ 26.6 ปี ส่วน ทีมสิงโตน้ำเงินคราม อยู่ที่ 26 ปี




ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทีมนิวคาสเซิ่ล - ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้



  • ปรีวิวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
  • วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม
  • นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด - แมนเชสเตอร์ ซิตี้
  • สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค
  • เวลา : 22.30 น.

ทีมนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด



ทีม สาลิกาดง ซึ่งอยู่ภายใต้การคุมทีมของ อลัน พาร์ดิว เดิมจะเปิดซีซั่นใหม่ พาทีมลงเล่นเกมอุ่นเครื่องทั้งหมด 8 นัด ต้องบอกว่าผลงานใช้ได้มากเลยทีเดียว โดยชนะไปถึง 5 นัด ที่เหลือแบ่งเป็นเสมอ 1 นัด และ แพ้ 2 นัด

แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ถึงแม้ นิวคาสเซิ่ล จะทำผลงานดีช่วงปรีซีซั่น แต่ถึงกระนั้นแมตช์เปิดฤดูกาล 4 ครั้งหลังสุด พวกเขาชนะได้เพียงเกมเดียวเท่านั้น ที่เหลือเสมอ 1 นัด และแพ้ 2 นัด แถมวันนี้ยังต้องเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ เรือใบสีฟ้า อีกด้วย ดูแล้วขอเพียง 1 คะแนน น่าจะเป็นที่พอใจ

ในส่วนสภาพความพร้อมของทีม นิวคาสเซิ่ล ค่อนข้างจะมีปัญหาพอสมควร เพราะจะขาด 1.เซียม เดอ ยอง นักเตะตัวใหม่ ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ รวมไปถึง 2.ชีค ติโอเต้, 3.ดาวิเด้ ซานตอน และ 4.ปาปิสส์ ซิสเซ่ ที่มีปัญหาเดี้ยงทั้งหมด

ซึ่งนั่นก็ยังโชคดีที่นักเตะรายใหม่ ที่ พาร์ดิว เซ็นสัญญาเข้ามาร่วมทีม จะพร้อมลงสนามทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น 1.ดาริล ยานมัต, 2.เรมี่ กาเบลล่า, 3.เอ็มมานูเอล ริวิแยร์ และ 4.แจ็ค โคลแบ็ค ผสมกับนักเตะคนสำคัญของทีมอย่าง 5.มุสซ่า ซิสโซโก้, 6.ฟาบริซิโอ โกลอชชินี่

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่ถือเอาว่าจะลงสนามของ ทีมนิวคาสเซิ่ล  
  1. ทิม ครูล 
  2. ดาริล ยานมัต
  3. ฟาบริซิโอ โกลอชชินี่
  4. ไมค์ วิลเลียมสัน
  5. มัสซาดิโอ ไอดาร่า 
  6. แจ็ค โคลแบ็ค
  7. ฟูร์น่อน อนิต้า
  8. มุสซ่า ซิสโซโก้
  9. เรมี่ กาเบลล่า 
  10. เอ็มมานูเอล ริวิแยร์
  11. ฟาคุนโด้ แฟร์เรย์ร่า


ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้


ทีมเรือใบสีฟ้า ซึ่งอยู่ภายใต้การคุมทีมของ มานูเอล เปเยกรินี่ ซึ่งพาทีมคว้าแชมป์ลีก เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ทำผลงานในช่วงปรีซีซั่น พอใช้ได้ โดยลงลับแข้งไป 7 นัด ชนะ 4 แพ้ 3 แพ้การดวลจุดโทษ 2 นัด ก่อนนัดล่าสุดจะมาพ่ายต่อ อาร์เซน่อล แบบย่อยยับ 0-3 ในศึก คอมมูนิตี้ ชิลด์

ซึ่งเกมนี้ทีม เรือใบสีฟ้า จำเป็นจะต้องเรียกขวัญและกำลังใจกลับมาให้ได้ เนื่องจากสถิติที่ผ่านมา เมื่อพบกับ นิวคาสเซิ่ล ต้องบอกว่า แมนฯ ซิตี้ เหนือกว่าชัดเจน เพราะ 16 นัด รวมทุกรายการ ไม่เคยพ่ายให้กับทีม สาลิกาดง เลยแม้แต่นัดเดียว

ทางด้านสภาพความพร้อมของทีม จะยังไม่มี อัลบาโร่ เนเกรโด้ อยู่เหมือนเดิม แต่ดูแล้วไม่น่าจะส่งผลอะไรมากนัก เพราะยังมีทั้ง 1.เอดิน เชโก้ และ 2.สเตฟาน โยเวติช ที่ทำผลงานได้ดีในช่วงปรีซีซั่น กินความข่าวดีสุดๆ เมื่อ เซร์คิโอ อเกวโร่ สลัดอาการบาดเจ็บเรียบร้อย ต้องรอเช็กความฟิต แต่ดูแล้วน่าจะนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน

ในส่วน เอเลียควิม ม็องกาล่า ก็น่าจะต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน เพราะยังไม่ฟิตเต็มสูบ ขณะที่ตำแหน่งผู้รักษาประตู เชื่อว่า โจ ฮาร์ท จะได้ออกสตาร์ทลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริง ด้านแผงมิดฟิลด์ ไม่ต้องพูดถึงมั่นคงเปรี๊ยะ มีทั้ง 1.ยาย่า ตูเร่, 2.ดาบิด ซิลบา และ 3.ซามีร์ นาสรี่

รายชื่อ 11 ผู้ล่นที่คาดว่าจะลงสนามของ ทีมแมนฯ ซิตี้ 
  1. โจ ฮาร์ท 
  2. ปาโบล ซาบาเลต้า
  3. แว็งซ็องต์ ก็องปานี
  4. มาติย่า นาสตาซิช
  5. อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ 
  6. แฟร์นานโด
  7. ยาย่า ตูเร่
  8. ดาบิด ซิลบา
  9. ซามีร์ นาสรี่ 
  10. สเตฟาน โยเวติช
  11. เอดิน เชโก้

มาดูสถิติที่น่าสนใจกันหน่อย


1.ทั้งคู่พบกันมาแล้วทั้งหมด 133 ครั้ง สถิติค่อนข้างสูสี โดย นิวคาสเซิ่ล ชนะไป 51 นัด ส่วน แมนฯ ซิตี้ ชนะ 50 นัด และเสมอกันอีก 32 นัด


2.แต่หากนับแค่การเจอกันในถิ่น เดอะ แม็กพายส์ ทั้งหมด 67 นัด เป็น สาลิกาดง ชนะไปถึง 39 นัด เสมอ 13 นัด และแพ้เพียง 15 นัด

3.อย่างไรก็ตาม 15 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก เรือใบสีฟ้า ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อ สาลิกาดง เลยแม้แต่นัดเดียว โดยชนะไปถึง 13 นัด และเสมอ 2 นัด

4.และ 9 นัดหลังสุดที่ทั้งคู่พบกันในลีก ทั้งเกมเหย้าและเกมเยือน เป็น แมนฯ ซิตี้ ที่ชนะรวดทั้ง 9 นัด

5.3 จาก 4 ฤดูกาล หลังสุด นิวคาสเซิ่ล ไม่สามารถทำประตูได้เลยในแมตช์เปิดซีซั่นใหม่ เมื่อต้องพบกับทีมบิ๊กโฟร์

6.ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ไม่แพ้ในเกมนัดแรกของลีก มาแล้วนับตั้งแต่ซีซั่น 2009 โดยชนะ 4 นัด เสมอ 1 นัด

7.โดยครั้งสุดท้ายที่ เรือใบสีฟ้า แพ้แมตช์ประเดิมเกมลีกซีซั่นใหม่ คือพ่ายต่อ แอสตัน วิลล่า 2-4 ฤดูกาล 2008

8. 8 นัดหลังสุดของ สาลิกาดง ในลีก ถือว่าย่ำแย่ หลังชนะได้แค่ 1 นัด และแพ้ 7 นัด









เมื่อฟาน กัล ส่อจะโหละ สามแข้ง ให้พ้นทีม



เมื่อหลุยส์ ฟาน กัล จัดหนักส่อที่จะตัด 1.นานี่, 2.แอนเดอร์สัน และ 3.วิลฟรีด ซาฮา ออกจากทีมชุดใหญ่ของทีม ผีแดง แมนฯยู แต่แดนนี่ เวลเบ๊กคาดได้อยู่ร่วมทีมต่อไป

โดยที่กุนซือวัย 60 เตรียมปฎิบัติการโละ 
  1. นานี่ ปีกทีมชาติโปรตุเกส
  2. แอนเดอร์สัน มิดฟิลด์แซมบ้า 
  3. วิลฟรีด ซาฮา ปีกดาวรุ่งชาวอังกฤษ 

และทั้ง 3 คน จะไม่มีชื่ออยู่ในทีมชุดใหญ่ของสโมสร โดยก่อนเกมที่ แมนฯยู จะลงเล่นกับสวอนซี ในการเล่นนัดเปิดสนามพรีเมียร์ลีก ฟาน กัล สั่งให้นักเตะชุดใหญ่มาซ้อมที่สนามซ้อมคาร์ริงตั้นในเวลา 16.00 นาฬิกา 

แต่สำหรับ 1.นานี่, 2.แอนเดอร์สัน และ 3.ซาฮา ถูกสั่งให้มาสนามซ้อมในเวลา 17.30 นาฬิกาแทน ไม่ได้อยู่ฟังแผนการลงเล่นในเกมกับสวอนซี และในเกมนัดเปิดบ้านพ่ายสวอนซี ก็มีเพียงนานี่ ที่ได้ลงเล่นเป็นตัวสำรอง 

ทำให้หมายได้ว่าทั้ง 3 คนจะถูกขายออกจากทีมก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดลง ในขณะที่ แดนนี่ เวลเบ๊ก กองหน้าทีมชาติอังกฤษของทีม ผีแดง ที่ตกเป็นข่าวว่าสตีฟ บรู๊ซ กุนซือฮัลล์ ซิตี้ อยากได้ตัวไปร่วมทีม คาดว่าจะได้อยู่ร่วมทีมต่อไป แม้ว่าอาจจะไม่ได้รับโอกาสลงเล่นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอก็ตาม




เมื่อโมเรโน่ยาหอมยกหงส์เจ๋งที่สุดในลีกผู้ดี



เมื่อ โมเรโน่ รู้งาน ที่จะต้องกล่าวยกย่องทีม หงส์แดง ต้นสังกัดใหม่เป็นยอดทีมแห่งเกาะอังกฤษพร้อมเผยปรึกษา 1.เรน่า, 2.อลอนโซ่ และ 3.อาร์เบลัว ก่อนย้ายทีม

โดยที่อัลเบร์โต้ โมเรโน่ แบ็กซ้ายทาแดงของสโมสรลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกโรงชมต้นสังกัดใหม่ ด้วยการยกให้ทัพทีม หงส์แดง เป็นสโมสรที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประเทศอังกฤษ และตนเองก็มีความสุขมากที่ได้ย้ายมายังถิ่นแอนด์ฟิล พร้อมลั่นจะทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อสโมสรใหม่

หลังจากที่แบ็กซ้ายวัย 22 ปี ได้กลายมาเป็นสมาชิกรายล่าสุดของทัพทีม หงส์แดง หลังจากที่เซบีย่า ตอบรับข้อเสนอ 12 ล้านปอนด์หรือ 660 ล้านบาท ที่ทีมลิเวอร์พูล ได้ยื่นเข้าไปให้พิจาราณา โดยเจ้าตัวก็ไม่รอช้า รีบหยอดใส่ต้นสังกัดใหม่ทันทีโดยระบุว่า ในมุมมองของผมทีม ลิเวอร์พูล คือสโมสรที่ยอดเยี่ยมที่สุดในอังกฤษ และผมก็ไม่อยากเสียโอกาสในการย้ายเล่นที่นี่

เขายังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ผมได้คุยกับ 1.ซาบี อลอนโซ่, 2.โฆเซ่ เรน่า และ 3.อัลบาโร่ อาร์เบลัว โดยที่ทั้ง 3 คนเป็นอดีตผู้เล่นของลิเวอร์พูล ซึ่งสายเขาต่างบอกกัผมว่าสโมสรนี้มีแฟนบอลที่ยอดเยี่ยม และพวกเขาก็ยังบอกกับผมอีกด้วยว่า ผมจะสามารถเติบโตขึ้นมากที่สโมสรแห่งนี้ ในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ ผมมีความสุขจริงๆ ที่ได้ย้ายมาอยู่กับสโมสรที่ยิ่งใหญ่อย่างลิเวอร์พูล ผมจะทุ่มเทสุดความสามารถ และพยายามทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ให้กับทีม




หลังจากที่มอยส์โอดว่าผีให้เวลาน้อยเกิน




เมื่อมอยส์ โอด ไม่ได้รับเวลามากพอในการคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเชื่อว่า เขาคือคนที่ใช่สำหรับแคมป์ทีม ปีศาจแดง หากไม่โดนปลดซะก่อน

หลังจากที่เดวิด มอยส์ อดีตผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชื่อ ตัวเขาสมควรได้รับโอกาสคุมทีม ปีศาจแดง ให้นานกว่านี้ หลังจากโดนปลดจากตำแหน่งนายใหญ่แห่งถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังคุมทีมไปได้แค่ 10 เดือน ทั้งๆ ที่เซ็นสัญญากันยาวถึง 6 ปี ก็ตาม

เมื่อมอยส์ นั้นเข้ามาคุมโปรแกรมบอลทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ต่อจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือชาวสกอตแลนด์ที่วางมือไป โดยเขาทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง ด้วยการทำทีมจบอันดับที่ 7 และโดนสั่งปลดออกจากตำแหน่งในที่สุด

โดยที่มอยส์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เมื่อผมลองมองย้อนกลับไป ผมได้มีโอกาสทำงานที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่นั่นคืองานที่ใช่สำหรับผม ผมเคยอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน มานานกว่า 11 ปี เราสามารถทำอันดับไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ได้เข้าชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ และผมได้รับการโหวตให้เป็นผู้จัดการยอดเยี่ยม 3 สมัย ผมคือหนึ่งในผู้จัดการทีมที่มีประสบการณ์มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก และยูไนเต็ด เอง ก็มีแต่ผู้จัดการทีมที่มาจากเกาะอังกฤษ

เขากล่าว ว่าผมเสียใจที่ ต้องเสียงานนั้นไป เพราะผมรู้สึกว่า ผมสามารถทำทีมประสบความสำเร็จได้ เรารู้ดีว่าเวลาเป็นสิ่งจำเป็น ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง เรากำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ แต่ในที่สุดแล้ว ผมไม่คิดว่าตัวเองได้รับเวลามากเพียงพอ ที่จะที่จะทำทีมประสบความสำเร็จ หรือจะตัดสินว่าผมล้มเหลว

และนอกจากนี้ มอยส์ ยังได้เผยว่า เมื่อสมัยเขาคุมทีมนั้น ได้เล็งที่จะคว้าตัวซูเปอร์สตาร์ระดับโลกเข้าสู่ทีมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น 1.คริสเตียโน่ โรนัลโด้, 2.แกเรธ เบล หรือจะเป็น 3.เชส ฟาเบรกาส ก่อนที่จะพลาดไปทั้งหมด ซึ่งมีมีข่าวลงว่าเราต้องการ 1.ฟาเบรกาส, 2.เบล และ 3.โรนัลโด้ เป็นเรื่องจริงที่เราได้มีการคุยเรื่อง โรนัลโด้ ตั้งแต่ผมเข้ามา เราเกือบจะเซ็นสัญญานักเตะชื่อดังมาได้ แต่ก็พลาดไป อย่างไรก็ตามผมหามิได้คนที่ควรโดนตำหนิเกี่ยวกับเรื่องนี้


วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เก็บข่าวฟุตบอลส่วนหลังทีมหงส์แดงบุกไปเฉือนเอาชนะทีมนักบุญพร้อมทั้งทีมเรือใบบุกเจี๋ยนสาลิกาคาบ้าน 2-0


ประเดิมได้ดีหลังหงส์เวิกรังเฉือนนักบุญ 2-1




  • ฟุตบอล : พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
  • วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2557
  • ลิเวอร์พูล 2 - 1 เซาธ์แฮมป์ตัน
  • สนาม : แอนฟิลด์
  • ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคล็ตเทนเบิร์ก
ในศึกฟุตบอลโปรแกรมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 เสมอวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2557 โดยคู่เอกเป็นเกมที่สนามแอนฟิลด์ ระหว่างทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีม นักบุญ เซาธ์แฮมป์ตัน

เริ่มเกมมาในครึ่งแรก

หลังจากผ่านไป 5 นาที ลิเวอร์พูล ครอบครองบอลได้มากกว่า แต่ก็ยังหาโอกาสจบสกอร์ไม่ได้

นาทีที่ 7  เจ้าบ้าน ลิเวอร์พูล มีโอกาสลุ้นก่อน จากช่องลองสับไกครั้งแรกของ สเตอร์ริดจ์ แต่ลูกเหินข้ามคานออกไปเยอะ

นาทีที่ 13 โดยมายะ โยชิดะ ผู้เล่นเซาธ์แฮมป์ตันไปเกี่ยวขา แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ล้มบริเวณเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินเฉยทำให้ทีม นักบุญ รอดเสียฟรีคิกระยะหวังผล



นาทีที่ 23 เมื่อแฟนเจ้าบ้านก็ได้เฮ เมื่อมาได้ประตูออกนำ เมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน แย่งชิงบอลได้กลางสนาม แล้วโยนให้ ราฮีม สเตอร์ลิง สปีดไปรับบอลก่อนแปเล่นทางผ่านมือ ฟอสเตอร์ เข้าไป ทำให้ลิเวอร์พูล ออกนำ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-0

นาทีที่ 34 ทีมลิเวอร์พูล มาสิ้นชีวิตฟรีคิกด้านซ้าย เจมส์ วอร์ด-เพราส์ แข้งนักบุญเปิดเข้าไปหน้าประตู แต่บอลจะเสียบสามเหลี่ยมเสาไกล ทำให้ ซิมง มินโญเลต์ ต้องออกแรงกระโดดปัดทิ้งออกไปได้อย่างหวุดหวิด


เข้ามาสู่ช่วงทดเวลา เซาธ์แฮมป์ตัน มีโอกาสลุ้นอีกจาก มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน ได้ซัดนอกกรอบบอลพุ่งตรงประตู แต่ ซิมง มินโญเลต์ ยังเหนี่ยวกระโดดปัดบอลข้ามคานออกไปได้อีกครั้ง

โดยเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม ทำให้หมดครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ยังนำ เซาธ์แฮมป์ตัน อยู่ 1-0

เริ่มเกมมาในครึ่งหลัง

นาทีที่ 53 ทีมลิเวอร์พูล มีจังหวะลุ้น เมื่อ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ จ่ายบอลให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้ลองส่องยิงไกลบอลเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว



นาทีที่ 55 แฟนทีมนักบุญ ก็ได้เฮบ้าง เมื่อ เนธาเนียล ไคล์น ได้บอลด้านกราบขวา ก่อนจ่ายสั้นให้ ดูซาน ทาดิช ตอกลูกส้นคืนให้ ไคล์น วิ่งไปรับในเขตโทษยิงยัดเสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบขาด ทำให้ เซาธ์แฮมป์ตัน ตีเสมอเป็น 1-1

นาทีที่ 63 ทีมเยือนเกือบจะได้ประตูที่2 จากจังหวะที่ ดูซาน ทาดิช ไหลบอลเข้าเขตโทษให้ สตีเว่น เดวิส ได้แปคนเดียวโล่งๆ แต่ยิงได้ไม่แรงพอ ทำให้ มิโญเล่ต์ ล้มตัวเซฟไว้ได้พลาดโอกาสทองอย่างน่าเสียดาย




นาทีที่ 79 ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูออกนำอีกครั้ง เป็น 2-1 จากจังหวะเคลียร์บอลไม่ขาดของ เซาธ์แฮมป์ตัน ก่อนที่ ราฮีม สเตอร์ลิง จะโหม่งตั้งมาหน้าประตูให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ สะกิดบอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไปง่ายๆ

นาทีที่ 88 ทีมเยือน เซาธ์แฮมป์ตัน พลาดโอกาสทองอีกครั้ง เมื่อ มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน ได้ซัดเต็มๆในเขตโทษ แต่ ซิมง มินโญเลต์ ยังปัดได้ปลายมือบอลชนคานกระดอนออกมาเข้าทาง เชน ลอง ยืนโขกคนเดียวเหน่งๆหลุดกรอบออกไปอย่างไม่น่าให้อภัย

เข้าสู่ช่วงทดเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรเพิ่มเติมกันไม่ได้ ทำให้จบเกม ลิเวอร์พูล เวิกบ้านนัดแรกของฤดูกาลเฉือนชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน ไปแบบสุดมันส์ 2-1

นี่คือรายชื่อ11คนแรกของทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล (4-2-3-1) : 

  1. ซิมง มินโญเลต์
  2. ฆาเบียร์ มานกีโย่
  3. มาร์ติน สเคอร์เทล
  4. เดยัน ลอฟเรน
  5. เกล็น จอห์นสัน
  6. สตีเว่น เจอร์ราร์ด
  7. ลูคัส เลว่า
  8. จอร์แดน เฮนเดอร์สัน
  9. ฟิลิปเป้ คูตินโญ่
  10. ราฮีม สเตอร์ลิง
  11. แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

เซาธ์แฮมป์ตัน (4-4-2) : 
  1. เฟรเซอร์ ฟอสเตอร์
  2. เนธาเนียล ไคล์น
  3. โชเซ่ ฟอนเต้
  4. มายะ โยชิดะ
  5. ไรอัน เบอร์ทรานด์
  6. วิคเตอร์ วานยาม่า
  7. มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน
  8. ดูซาน ทาดิช
  9. เจมส์ วอร์ด-เพราส์
  10. สตีเว่น เดวิส
  11. กราเซียโน่ เปลเล่


เมื่อ ริดจ์ช่วยหงส์เฉือนชนะนักบุญ




โปรแกรมบอลสำหรับ ริดจ์ คงจะเป็นปลื้มไม่น้อย หลังสอยประตูชัยให้ทีม หงส์แดง เฉือนชนะทีม นักบุญ เชื่อทีมพัฒนาขึ้นกว่าฤดูกาลที่ผ่านมา แม้ไร้เงา เหยิน ที่ย้ายออกไป ชมว่า ลิ่ง ผลงานดี หลังช่วยยิงอีกเม็ด

โดยที่แดเนี่ยล สเตอริดจ์ กองหน้าผู้ยิงประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเฉือนชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-1 ในเกมลีกเมื่อคืนวันอาทิตย์ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา ภูมิใจกับผลงานของตัวเอง พร้อมแสดงความมั่นใจว่าทัพ หงส์แดง แข็งแกร่งขึ้นกว่าฤดูกาลที่ผ่านมา แม้จะไม่มีหนหลังกองหน้าอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ที่เลือกย้ายไปซบอกทีม บาร์เซโลน่าทีมใหญ่ในลีก ลา ลีกา สเปน ในช่วงก่อนนี้ก็ตามที

ซึ่ง ริดจ์ ได้กล่าวหลังจบเกมเฉือนหวิวทีม นักบุญ ว่า ผมดีใจที่ยิงทวารนี้ได้ในวันนี้ ทั้งที่เราไม่มี (หลุยส์) ซัวเรซ ที่เขายิงให้เราถึง 30 ประตูเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผม และเพื่อนร่วมทีมคนอื่น มันคือการก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง เช่นเดียวกับที่ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง แสดงให้เห็นในวันนี้ เขาเยือกเย็นและยิงประตูได้

โดยที่ดาวยิงเลือดผู้ดีกล่าวต่ออีกว่า ผมคิดว่า ลิเวอร์พูล พัฒนาขึ้นกว่าฤดูกาลก่อน การเสริมนักเตะเข้ามามากมายของผู้จัดการ ไม่ใช่ว่าเราไม่เคารพ หลุยส์ แต่เราต้องก้าวต่อไปในเวลานี้ เราแสดงให้เห็นว่าเราชนะในเกมนี้ได้ เรายิงประตูได้ และเราเล่นเกมรับได้ดี เราจะมีผลงานที่ดีในฤดูกาลนี้

ซึ่ง ผลการแข่งขันในเกมดังกล่าวทำให้ทีม หงส์แดง ขึ้นรั้งตำแหน่งจ่าฝูงร่วมกับ อาร์เซน่อล และ สวอนซี ซิตี้ ที่ชนะด้วยผลการแข่งขัน 2-1 เช่นกันในสัปดาห์แรกของฤดูกาล 2014-15 ขณะที่ นักบุญ เปิดฤดูคราวด้วยการรั้งอันดับ 16 ของฤดูกาล




หมูรูนรับเซ็ง หลังพ่ายประเดิมสวมปลอกแขนกัปตันผี


เมื่อ รูน ออกมายอมรับว่า ภูมิใจได้ลงทำหน้าที่กัปตันทีมอย่างเป็นทางการ แต่สุดเซ็งทีม ปีศาจแดง ประเดิมแย่ พ่าย หงส์ขาว คารัง 1-2

ซึ่งเวย์น รูนี่ย์ ที่เป็นหัวหอกตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียรืลีก อังกฤษ ออกมาเปิดเผยว่า เขารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ลงทำหน้าที่กัปตันทีมของทัพ ปีศาจแดง ในเกมนัดเปิดสนามศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ต้นสังกัดของเขาพลิกล็อกพ่ายให้กับทีม สวอนซี ซิตี้ คู่แข่งร่วมลีกไป 1-2 แต่ก็ยอมรับว่ามันเป็นผลการแข่งขันที่น่าผิดหวัง และตนก็คงจะไม่ย้อนกลับมามองเกมในนัดนี้อีก

หลังจากที่กองหน้าวัย 28 ปี เพิ่งจะได้รับการแต่งตั้งจาก หลุยส์ ฟาน กัล นายใหญ่แห่งถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมคนสดของ แมนฯ ยูไนเต็ด แทนที่ของ เนมันย่า วิดิช กัปตันทีมคนเก่า และปาทริช เอวร่า รองกัปตันทีม ที่ย้ายออกจากทีมไปแล้วทั้งคู่หลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา

แต่ว่าอย่างไรก็ตาม การที่ได้ลงเล่นนัดแรกตั้งแต่ และได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการของ รูนี่ย์ ประเดิมได้ไม่สวยนัก แม้ว่าเจ้าตัวจะสามารถทำประตูได้ก็ตาม แต่ทีม ปีศาจแดง ก็ยังแพ้ต่อทัพ หงส์ขาว ไปคาบ้าน 2-1 ซึ่งหัวหอกดีกรีทีมชาติอังกฤษ ก็ได้ยอมรับว่าเขาไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่นักกับการประเดิมบทบาทใหม่ของเขาในเกมนี้

โดยเขากล่าวว่า มันเป็นช่วงเวลาที่น่าภาคภูมิใจ ที่ได้เป็นกัปตันทีม แต่มันเป็นผลการแข่งขันที่น่าผิดหวัง มันจะไม่ใช่สิ่งที่ผมมองย้อนกลับไป และมีกระแสความทรงจำที่ดีกับมัน เพราะคุณต้องอยากจะเป็นผู้ชนะเสมอ มันเป็นช่วงเวลาที่ดี แต่ผมผิดหวังจริงๆ ที่เราแพ้ในเกมนี้ รูนี่ย์ กล่าว




เรือใบบุกเชือดสาลิกา2-0 ขยับขึ้นรั้งจ่าฝูงชั่วคราว



  • ฟุตบอล ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
  • วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2557
  • นิวคาสเซิ่ล 0 - 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 
  • สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค
  • ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอ็ตกินสัน

โดยในการเสนอราคาฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2014-2015 ที่สนาม เซนต์ เจมส์ พาร์ค เจ้าบ้านทีม สาลิกาดง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีม เภตราใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

เมื่อเริ่มเกมมาได้ 3 นาที ทีมแชมป์เก่าเกือบได้โอกาสออกนำไปก่อน เมื่อ สเตฟาน โยเวติช ส่งบอลไปให้ เอดิน เชโก้ ได้หนซัดจ่อๆ ในเขตโทษ แต่ ทิม ครูล ยังไวจัดการป้องกันลูกยิงไว้ได้อย่างหวุดหวิด

ในนาทีที่ 16 นิวคาสเซิ่ล มีโอกาสบ้าง เรมี่ กาแบลล่า รับบอลมาจาก มุสซ่า ซิสโซโก้ ก่อนตัดสินใจซัดโด่งจากนอกกรอบ โดยที่ โจ ฮาร์ท ออกมาจากหน้าปากประตูไปแล้ว แต่โชคไม่ดีลูกบอลลอยโด่งข้ามคานออกไปแบบได้ลุ้นเล็กๆ



ซึ่งนาทีที่ 38 แฟนๆทีม เรือใบสีฟ้า ก็มาได้เฮเสียที เมื่อ ยาย่า ตูเร่ เปิดไกลจากแดนตัวเอง บอลไปทาง เอดิน เชโก้ วิ่งเข้าไปรับในเขตโทษ ก่อนเจ้าตัวจะตัดสินใจตอกส้นกลับมาให้ ดาบิด ซิลบา ที่สอดเข้ามาตรงกลางจัดการแปลอดขา ทิม ครูล เข้าประตูไป แชมป์เก่าขึ้นก่อน 1-0

ในช่วงท้ายครึ่งแรกยังเป็นวิถีทางเจ้าถิ่นที่มีโอกาสบวกประตูเพิ่มแต่ทำไม่ได้ หมดเวลาเป็นทางฝั่งทีม เรือใบสีฟ้า นำก่อน 1-0

หลังจากกลับมาช่วงครึ่งหลังในนาทีที่ 54 มาร์ติน เดมิเคลิส แตะต้องใบเหลืองไปสอยเข้าที่เท้าของ เรมี่ กาแบลล่า หลังจากนั้นอีกสองนาทีต่อมา อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ก็ต้องมาโดนเพิ่มไปอีกคน หลังเจ้าตัวพุ่งเข้ามาสไลด์ใส่ เอ็มมานูเอล ริวิแยร์ จนล้มที่ริมเส้น

มาถึงในนาทีที่ 63 ทีมนิวคาสเซิ่ล เปลี่ยนตัวคนแรก ถอด วูน่อน อานิต้า ออกไป แล้วให้ กาเบรี่ยล โอแบ็กตอง ลงสนามหญ้ามาช่วยเกมรุกของทีมให้มีความหลากหลายมากขึ้น

นาทีที่ 65 ทีมเรือใบสีฟ้า เกือบได้บวกประตูเพิ่ม เมื่อ สเตฟาน โยเวติช รับบอลจากเพื่อนที่จ่ายมาให้ ก่อนจะครอสไปหา เชโก้ ได้โหนขึ้นไปโขกตรงกลางเขตโทษ แต่บอลก็เหินข้ามคานออกไปเสียก่อน

นาทีที่ 72 ฝั่งทีมเยือนเปลี่ยนตัวสำรองบ้าง ส่ง แฟร์นันดินโญ่ ลงสนามมาเป็นคนแรก โดยถอดเอา สเตฟาน โยเวติช ออกไป ถัดมาอีกสองนาที เจ้าถิ่นถอด โยอัน กุฟฟรองค์ ออกไปพัก แล้วเปลี่ยนเอา โรลันโด้ อารอน ดาวรุ่งของทีมลงสนามเป็นคนที่สอง

โดยในนาทีที่ 75 เมื่อแว็งซ็องต์ ก็องปานี โดนใบเหลืองไปเช่นกัน หลังเจตนาดับเครื่องชนใส่ แจ็ค โคลเบ็ค ที่พยายามจะลุยเข้าไปในเขตโทษ

นาทีที่ 78 ทีมเรือใบสีฟ้า ส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ลงสนามมาเพิ่ม โดยเปลี่ยนเอา ซามีร์ นาสรี่ ออกไปจากสนาม

ในนาทีที่ 83 ซึ่งทีมเยือนได้เปลี่ยนตัวคนสุดท้ายถอด เชโก้ ออกไปพัก แล้วให้ เซร์จิโอ อเกวโร่ ดาวยิงตัวเก่งของทีมลงสนามมาแทน ขณะที่เจ้าถิ่นเปลี่ยนคนสุดท้ายเช่นกัน ส่ง อโยเซ่ เปเรซ ลงสนามมาแทน เอ็มมานูเอล ริวิแยร์

แต่แล้วเพียงแค่นาทีเดียวที่ อโยเซ่ เปเรซ ที่เพิ่งเปลี่ยนลงมาก็ใกล้ทำให้ทีมได้เฮ เมื่อเจ้าตัวได้โอกาสปั่นทางเสาไกลแฉลบไปโดนแนวรับของทีมเยือน บอลผ่านมือ โจ ฮาร์ท แต่โชคไม่ดีลูกลอยเฉี่ยวเสาออกไปแบบหวาดเสียว

จนมาถึงในนาทีที่ 88 แฟร์นันโด ได้โดนเหลืองไปเช่นกัน โทษฐานเจตนาเหนี่ยวใส่ มุสซ่า ซิสโซโก้ เพื่อไม่ให้เจ้าตัวได้เล่นแบบถนัด



เข้าสู่ช่วงท้ายเกมเจ้าถิ่นโหมบุกอย่างหนักเพื่อตีเสมอแต่ไม่ได้ ก่อนที่สุดท้ายทีมจะมาเสียประตูเมื่อ เซร์จิโอ อเกวโร่ ลากมาพร้อมกับ ฟาบริซิโอ โกลอชชินี่ ที่ตามมาประกบ ก่อนตัดสินใจซัดดื้อๆ ด้วยซ้าย บอลถูก ทิม ครูล ปัดไว้ได้แต่ก็มาเข้าทางเจ้าตัวได้ซำอีกครั้งด้วยขวาเข้าไปได้สำเร็จให้ทีม เรือใบสีฟ้า นำห่าง 2-0

ทำให้หมดเวลา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ไปได้ 2-0 ส่งผลให้ทีมเก็บชัยชนะประเดิมฤดูกาลใหม่ได้อย่างสวยงาม

นี่คือรายชื่อผู้เล่น นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (4-2-3-1) :

  1. ทิม ครูล 
  2. ดารีล ยันมาต
  3. ไมเคิ่ล วิลเลียมสัน
  4. ฟาบริซิโอ โกลอชชินี่
  5. พอล ดัมเม็ทท์ 
  6. แจ็ค โคลเบ็ค
  7. วูน่อน อานิต้า 1.กาเบรี่ยล โอแบ็กตอง น.63 
  8. มุสซ่า ซิสโซโก้
  9. เรมี่ กาแบลล่า
  10. โยอัน กุฟฟรองค์ 1.โรลันโด้ อารอน น.74 
  11. เอ็มมานูเอล ริวิแยร์ 1.อโยเซ่ เปเรซ น.83

ผู้เล่นสำรอง

  1. โรเบิร์ต เอเลียต 
  2. มัสซาดิโอ ไฮดาร่า 
  3. สตีเว่น เทย์เลอร์ 
  4. เมห์ดี้ อาบีด



นี่คือรายชื่อผู้เล่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-4-2) :

  1. โจ ฮาร์ท 
  2. กาแอล กลิชี่
  3. มาร์ติน เดมิเคลิส
  4. แว็งซ็องต์ ก็องปานี
  5. อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ 
  6. ซามีร์ นาสรี่ 1.เจมส์ มิลเนอร์ น.78
  7. ยาย่า ตูเร่
  8. แฟร์นันโด
  9. ดาบิด ซิลบา 
  10. สเตฟาน โยเวติช 1.แฟร์นันดินโญ่ น.72 
  11. เอดิน เชโก้ 1.เซร์จิโอ อเกวโร่ น.83

ผู้เล่นสำรอง

  1. วิลล่ กาเบเยโร่ 
  2. ปาโบล ซาบาเลต้า 
  3. เดดริก โบยาต้า 
  4. เฆซุส นาบาส

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ระบุผลบอลตารางพรีเมียร์ลีกที่จะง้างฤดูกาลใหม่ในไม่กี่อาทิตย์นี้



จนถึงโรนัลโด้ ได้รับคำท้านุ่งกางเกงลิงราดน้ำเย็นจัด+คลิป



หลังจากที่กำลังกลายเป็นที่นิยมอย่างมากกับแคมเปญการกุศล ที่คณะคนดังเอาน้ำเย็นจัด มาราดใส่ตัวเอง หรือ ไอซ์ บักเก็ต ชาเลนจ์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมหาทุนช่วยผู้ป่วยที่เป็นโรค เอแอลเอส หรือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ล่าสุด คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกคนสำคัญทีม ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ก็ได้ร่วมแคมเปญนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งโรนัลโด้ ได้ตกลงรับคำท้าทายมาจาก ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ รองกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นอดีตเพื่อนร่วมทีมเก่า สมัยค้าแข้งกับทีมปีศาจแดง และทาง โรนัลโด้ ออกมารับคำท้า เอาน้ำเย็นราดตัวเองเป็นที่ละมุนละม่อมแล้ว

และยังได้ราดน้ำเย็นใส่ตัวเอง ทั้งๆ ที่นุ่งกางเกงในเพียงตัวเดียว ก่อนจะบอกให้ 1.บียอนเซ่, 2.ลิลเวยน์ และ 3.เจนิเฟอร์ โลเปซ 3 ซูเปอร์สตาร์ของวงการสังคีตสหรัฐฯ เป็นผู้ท้าชิงรายต่อไป นอกจากนี้ มาร์เชโล่ แบ็กซ้ายเรอัล มาดริด ชาวบราซิล ยังได้ส่งสารท้าดวลไปยัง เนย์มาร์ กองหน้าทีมบาร์เซโลน่า ด้วย

และสำหรับกติกาของแคมเปญนี้คือ คนที่ถูกท้าทายจะมีเวลาตัดสินใจเพียง 1 วันว่าจะทำตามคำท้าหรือไม่ ซึ่งถ้าหากไม่ทำตามภายในเวลาที่กำหนดก็จะต้องบริจาคเงิน หรือจะเลือกทำทั้ง 2 อย่างเลยก็ได้ และในตอนนี้ก็มีคนดังหลายคนที่เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นนักร้องอย่าง 

1.จัสติน ทิมเบอร์เลค
2.มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง เฟซบุ๊ก
3.บิล เกตต์ อดีต ซีอีโอ ของ ไมโครซอฟต์
4.ทิม คุก ซีอีโอ แอปเปิ้ล ฯลฯ












เมื่อมีการเปิดประมูลเสื้อที่ซูนิก้าใส่ทำเนย์มาร์เกือบพิการ





คงเป็นที่ถูกใจขาโหด สำหรับแฟนบอลหัวใส ได้เปิดประมูลเสื้อแข่งทีมชาติโคลอมเบีย ของ ซูนิก้า ที่ใส่ในเกมทำ เนย์มาร์ หลังเดี้ยง ในศึก เวิลด์คัพ14 โดยล่าสุดมูลค่าพุ่งเฉียด 7 หมื่นแล้ว

หลังจากที่ อาส สื่อชื่อดังของประเทศสเปน ระบุว่า ได้มีแฟนบอลหัวใสรายนึง นำเสื้อที่ ฮวน ซูนิก้า ฟูลแบ็กทีมชาติโคลอมเบีย สวมลงแข่งขันในเกมที่ทัพ โคเคน พ่ายให้กับ ทีมชาติบราซิล ไป 2-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบ 8 ทีมสุดท้าย ออกมาแจ้งราคา โดยได้รับความนิยมจากแฟนบอลอย่างมาก จนราคา ณ ตอนนี้พุ่งไปสูงถึง 1,400 ยูโรหรือ 63,000 บาท แล้ว

สำหรับ ซูนิก้า ได้ถูกพูดถึงอย่างมากจากเกมการแข่งขันนัดดังกล่าว หลังจากที่เขาได้เข้าปะทะด้านหลังของ เนย์มาร์ จนทำให้กองหน้าตัวยวดยงทีมชาติบราซิล ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักจนขี้เหนียวสันหลังร้าว ทำให้ต้องรูดม่านปิดฉากศึก เวิลด์คัพ14 ไปก่อนเพื่อนร่วมชาติรายอื่นๆ และการที่ขาด เนย์มาร์ นี่เอง ก็ทำให้ความแข็งแกร่งของทัพทีม แซมบ้า ลดน้อยลง จนไปไม่ถึงฝั่งฝัน ต้องปราชัยให้กับทีมชาติเยอรมัน ไปอย่างหมดรูปในรอบรองชนะเลิศถึง 1-7 ประตู

และแฟนบอลคนดังกล่าวยังได้ตั้งราคาประมูลเริ่มต้นไว้ที่ 500 ยูโรหรือ 4,500 บาท โดยตอนนี้ราคาก็พุ่งขึ้นไปสูงถึง 1,400 ยูโร กับยังเหลือเวลาประมูลอีกจนถึงวันที่ 25 สิงหาคมที่จะถึงนี้



เข้าโค้งสุดท้ายใครจะเข้ามาเติมเต็มทีมแต่ละทีม



เหลืออีกเพียงไม่กี่วันพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2014-15 ก็จะปะทุศึกเปิดฤดูกาลแล้ว เช่นเดียวกับตลาดนักเตะที่ก็จะปิดตัวลงภายในสิ้นเดือนนี้ เข้าสู่ช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายแล้วจริงๆที่บรรดาทีมต่างๆจะเฟ้นหานักเตะมาเสริมกำลังพล วันนี้มาดูสิว่า ทางสโมสรต่างๆในพรีเมียร์ลีกยังขาดตกบกพร่องตรงตำแหน่งใดและแข้งคนไหนจะเข้ามาอุดรูรั่วตรงนั้นเราลองมาวิเคราะห์บอลกันดู

ทีมอาร์เซน่อล


1.ตำแหน่งที่ยังขาด : เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ
2.ผู้เติมเต็ม : คอสตาส มาโนลาส ทีมโอลิมเปียกอส
3.ค่าจ้างประมาณ : 8 ล้านปอนด์

ทีมปืนใหญ่ นั้นต้องการตัวแทน โธมัส แฟร์มาเล่น ที่ย้ายไปทีม บาร์เซโลน่า จริงๆแล้วเป้าหมายหลักที่พวกเขาต้องการคือ 1.คริส สมอลลิ่ง หรือ 2.มาติย่า นาสตาซิช ของทีมแมนฯ ยูไนเต็ด และ ทีมแมนฯ ซิตี้ ตามลำดับ แต่ว่า มาโนลาส ตัวทีมชาติกรีซดูจะเป็นไปได้และคุ้มกับเงินที่มีอยู่มากที่สุด

ทีมเบิร์นลี่ย์


1.ตำแหน่งที่ยังขาด : กองหน้า
2.ผู้เติมเต็ม : ทรอย ดีนี่ย์ ทีมวัตฟอร์ด
3.ค่าตัวประมาณ : 10 ล้านปอนด์

ถึงแม้ว่าจะมี 1.แดนนี่ อิงส์ และ 2.แซม โว๊คส์ 2 กองหน้าตัวเก่งอยู่แล้ว แต่ด้วยคุณลักษณะของพรีเมียร์ลีกที่เทียบไม่ได้กับแชมเปี้ยนชิพ จำเป็นต้องมีอาวุธเสริมที่หนักขึ้นของน้องใหม่รายนี้ 10 ล้านปอนด์อาจจะมีราคาไปสำหรับ ดีนี่ย์ แต่เชื่อว่าเบิร์นลี่ย์ยังไงก็ต้องยอมจ่าย


ทีมเลสเตอร์ ซิตี้


1.ตำแหน่งที่ยังขาด : มิดฟิลด์ตัวรับ
2.ผู้เติมเต็ม : เอสเตบัน คัมบิอาสโซ่
3.ค่าตัวประมาณ : ฟรี แต่ค่าเหนื่อยสูงลิ่วแน่นอน

ซึ่งด้วยประสบการณ์ และ ชั้นเชิงที่เหลือกินของอดีตทีมชาติอาร์เจนติน่ารายนี้ จะช่วยทีม สุนัขจิ้งจอก ในการดิ้นรนให้อยู่รอดเสถียรบนลีกสูงสุดได้มาก ถือเป็นของดีที่น่าดึงมาช่วยทีมอย่างที่สุด



1.ตำแหน่งที่ยังขาด : กองหน้า
2.ผู้เติมเต็ม : ซามูเอล เอโต้
3.ค่าตัวประมาณ : ฟรี

ซึ่งการจากไปของ หลุยส์ ซัวเรซ สู่ทีม บาร์เซโลน่า และอาการบาดเจ็บของ อดัม ลัลลาน่า ตั้งแต่ฤดูกาลยังไม่เปิด บวกกับอาวุธในมือที่มีอยู่ คงไม่พอแน่กับโปรแกรมหฤโหดทั้งในลีก โปรแกรมบอลถ้วยและถ้วยยุโรป ประสบการณ์ของเอโต้จะเข้ามาช่วยทีมในระยะสั้นๆได้ไม่มากก็น้อย

ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


1.ตำแหน่งที่ยังขาด : เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ
2.ผู้เติมเต็ม : มาร์กอส โรโฮ ทีมสปอร์ติ้ง ลิสบอน
3.ค่าตัวประมาณ : 18 ล้านปอนด์

ซึ่งโรโฮ สามารถเล่นตำแหน่งวิงแบ็กซ้ายได้ รวมถึงยังยืนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟได้อีกด้วยในระบบ 3-5-2 ที่ หลุยส์ ฟาน กัล ชอบใช้เป็นประจำ ผีแดงต้องการนักเตะที่จะเข้ามาเสริมตรงนี้ เพราะลำพังเซ็นเตอร์ 3 คนที่มีอยู่อย่าง 1.จอนนี่ อีแวนส์, 2.ฟิล โจนส์ และ 3.คริส สมอลลิ่ง ไม่เพียงพอในการยืนระยะยาว

ทีมเซาธ์แฮมป์ตัน


1.ตำแหน่งที่ยังขาด : กองหน้า
2.ผู้เติมเต็ม : เชน ลอง ทีมฮัลล์ ซิตี้
3.ค่าตัวประมาณ : 12 ล้านปอนด์

เมื่อทีม นักบุญ ได้กองหน้าร่างใหญ่อย่าง กราเซียโน่ เปลเล่ มาเสริมทัพ แต่ในครู่เดียวกันก็ต้องการคู่หูที่คุ้นเคยกับลีกแดนผู้ดีและมีความหลากหลายอย่าง ลอง มาเพื่อแบ่งเบาภาระเวลาที่ทีมต้องการประตู

ทีมสโต๊ค ซิตี้


1.ตำแหน่งที่ยังขาด : ปีก
2.ผู้เติมเต็ม : นาธาน เร้ดมอนด์ ทีมนอริช ซิตี้
3.ค่าตัวโดยประมาณ : 6 ล้านปอนด์

ซึ่งปีกความเร็วสูงทีมชาติอังกฤษชุดเล็ก คือตัวเลือกที่เป็นไปได้ยิ่งกว่า อังเดร ยาร์โมเลนโก้ แข้งยูเครน และ อุสซาม่า อัสไซดี้ เมื่อเทียบกำทุนทรัพย์ที่ทีมมีอยู่ และน่าจะประสานงานกับ โบยาน เกร์กิช หอกตัวใหม่ได้ลงตัว

ทีมซันเดอร์แลนด์


1.ตำแหน่งที่ยังขาด : กองหน้า
2.ผู้เติมเต็ม : ฟาบิโอ บอรินี่ ทีมลิเวอร์พูล
3.ค่าตัวประมาณ : 14 ล้านปอนด์

ซึ่งเขายังไม่รู้อนาคตตัวเองที่แน่นอนในถิ่นแอนฟิลด์ว่าทีม แมวดำ ต้องการซื้อขาดหัวหอกอิตาเลียนผู้นี้หลังจากเมื่อปีที่แล้วยืมตัวมาและโชว์ฟอร์มได้เป็นที่น่าพอใจ บอรินี่ สามารถเป็นกำลังหลักเอาใจช่วยทีมดิ้นรนหนีตกชั้นในปีนี้

ทีมสวอนซี ซิตี้


1.ตำแหน่งที่ยังขาด : เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ
2.ผู้เติมเต็ม : เฟเดริโก้ เฟอร์นันเดซ ทีมนาโปลี
3.ค่าตัวประมาณ : 8 ล้านปอนด์

หลังจากที่ได้ข่าวมาว่าดีลนี้ใกล้บรรลุเต็มทีแล้ว กองหลังทีมชาติอาร์เจนติน่าจะเข้ามาแทน ชิโก้ ฟลอเรส และเจ้าตัวก็ส่อเค้าเก็บข้าวของออกจากอิตาลีแน่ เนื่องจากโดนตัดชื่อออกจากทีมชุดลุยศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพราะปัญหาเรื่องเวิร์ค เพอร์มิต

ในส่วนของทีมอื่นๆที่เหลือที่ไม่ได้กล่าวถึง ทั้งทีมเล็กๆหรือแม้กว่าทีมใหญ่อย่าง 
1.แมนฯ ซิตี้ แชมป์เก่า 
2.เชลซี
3.เอฟเวอร์ตัน
4.สเปอร์ส ฯลฯ 

ซึ่งคาดได้ว่าตลาดช่วงซัมเมอร์นี้น่าจะปิดตัวลงไปก่อนแล้ว เพราะล้วนเซ็นสัญญาแข้งใหม่มาเสริมทีมกันถ้วนหน้าตั้งแต่ไก่โห่ คงเหลือเพียงแค่ปรับจูนการเล่นและแท็กติกให้ลงตัวเพื่อให้พร้อมก่อนฤดูกาลจะเปิดขึ้นเท่านั้น



อันดับทีมเต็งแชมป์พรีเมียร์ลีก1-20 ปะทะ 10 อันดับเต็งดาวซัลโว



หลังจากที่บ่อนผู้ดีได้หั่นราคาก่อนเปิดซีซั่นทีม เชลซีได้ผงาดแชมป์พรีเมียร์ลีก ส่วน 1.ทีมพาเลซ, 2.ทีมคิวพีอาร์, 3.ทีมเบิร์นลี่ย์ ร่วงตกชั้น ด้าน 1.อาร์วีพี, 2.กุน, 3.สเตอร์ริดจ์ เป็นตัวเต็งซิวดาวซัลโว

ในบรรดาบริษัทรับพนันถูกกฎหมายชั้นนำกว่า 20 แห่งของประเทศอังกฤษ ต่างได้พร้อมใจยกให้ทัพให้ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี เป็นเต็งหนึ่งที่จะซิวถ้วยตารางพรีเมียร์ลีก 2014-15 ที่กำลังจะเตะเปิดฤดูกาลในสุดสัปดาห์นี้ไปครอง หลังจากยันทัพนักเตะได้น่ากลัว

ซึ่งไม่ว่าจะเป็น 1.ดีเอโก้ คอสต้า, 2.เชส ฟาเบรกาส, 3.เฟลิเป้ หลุยส์ รวมถึงได้ 4.ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูดาวรุ่งจอมหนึบกลับมา หลังจากปล่อยยืมตัวไปสั่งสมประสบการณ์กว่า 3 ปี จนคว้าแชมป์ ลา ลีกา สเปน กับทีม แอตเลติโก มาดริด มาครองได้ลุล่วงในซีซั่นที่แล้ว

และนอกจากนี้ยังมีขุมกำลังตัวสำรองที่แข็งแกร่ง และเชื่อมั่นในตัว โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ชาวโปรตุกีสว่าจะแก้ตัวได้สำเร็จ หลังจากฤดูกาลที่แล้วทำได้เพียงแค่อันดับที่ 3

ในส่วนของทีมเต็งอื่นๆรองลงมา ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันทุกสำนักคือ เต็ง2 ทีมแชมป์เก่า แมนฯ ซิตี้, เต็ง3 ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด, เต็ง4 ทีมอาร์เซน่อล ส่วนรองแชมป์เก่าอย่างทีม ลิเวอร์พูล ตกไปเป็นเต็งห้า

ในส่วน 3 ทีมเต็งตกชั้นตามลำดับได้แก่ 1.คริสตัล พาเลซ, 2.ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส และ 3.เบิร์นลี่ย์ ซึ่งทีมหลังสุดนี้ทุกสำนักมั่นใจว่าจะเป็นบ๊วยเมื่อจบฤดูกาลแน่ ซึ่งถ้าเป็นไปตามที่บ่อนรับท้าพนันคาดการณ์นี้ ทีมเลสเตอร์ ซิตี้สโมสรที่มีเจ้าของเป็นคนไทย จะเป็นน้องใหม่ทีมเดียวที่อยู่รอดนั่นเอง

โดยอันดับทีมเต็งแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2014-15 จากภาพรวมของบริษัทรับพนันถูกกฏหมายของอังกฤษมีดังนี้

1.ทีมเชลซี

2.ทีมแมนฯ ซิตี้

3.ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด

4.ทีมอาร์เซน่อล

5.ทีมลิเวอร์พูล

6.
ทีมท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์

7.
ทีมเอฟเวอร์ตัน

8.
ทีมนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

9.
ทีมเซาธ์แฮมป์ตัน

10.
ทีมสโต๊ก ซิตี้

11.
ทีมสวอนซี

12.
ทีมแอสตัน วิลล่า

13.
ทีมซันเดอร์แลนด์

14.
ทีมเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน

15.
ทีมเวสต์แฮม ยูไนเต็ด

16.
ทีมฮัลล์ ซิตี้

17.
ทีมเลสเตอร์ ซิตี้

18.
ทีมคริสตัล พาเลซ

19.
ทีมควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส

20.
ทีมเบิร์นลี่ย์

ด้วยกันในส่วนตำแหน่งดาวซัลโว เต็งหนึ่งคือ 
1.โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ของแมนฯ ยูไนเต็ด
2.เต็งสอง กุน อเกวโร่ ของแมนฯ ซิตี้ และ
3.เต็งสามเป็น ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ของลิเวอร์พูล

ซึ่งอันดับตัวเต็งดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2014-15 จากภาพรวมของบริษัทรับพนันถูกกฏหมายของอังกฤษ

1. โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ จากทีมแมนฯ ยูไนเต็ด

2. เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ 
จากทีมแมนฯ ซิตี้

3. ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ 
จากทีมลิเวอร์พูล

4. ดีเอโก้ คอสต้า 
จากทีมเชลซี

5. เวย์น รูนี่ย์ 
จากทีมแมนฯ ยูไนเต็ด

6. อเล็กซิส ซานเชซ 
จากทีมอาร์เซน่อล

7. เอดิน เชโก้ 
จากทีมแมนฯ ซิตี้

8. โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์
จากทีมอาร์เซน่อล

9. โรเมลู ลูคาคู 
จากทีมเอฟเวอร์ตัน

10. วิลฟรีด โบนี่ 
จากทีมสวอนซี

มาริดูบัญชีรายชื่อทีมTop5 เครื่องใช้ศึกพรีเมียร์ลีก เก่าเปิดฤดูกาลนี้กันเลย



รายชื่อทีม Top 5 ก่อนออกตัวศึกพรีเมียร์ลีก

ในวันนี้ศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษได้ออกสตาร์ตนัดแรกกันแล้วหลังจากทัวร์สหรัฐอเมริกากันบ้าง ลุยเอมิเรตส์ คัพบ้างจนกระทั่งถึงเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ความสนุกสนานตื่นเต้นที่แท้จริงกำลังจะเกิดขึ้น เราสรุปสถานการณ์ของทีมท็อปไฟว์กันอีกครั้ง เอาแบบวิเคราะห์บอลภาพรวมๆในขณะนี้เพราะยังมีเวลาให้พลิกโผเรื่องของขุมกำลังกันอีก

1.ทีมผีแดงกลับมาแล้ว แม้จะยังไม่ถึงขั้นที่จะสรุปออกมาว่ากลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก เป็นทีมหนึ่งที่ยังคงมีโอกาสเติมขุมกำลังในโค้งสุดท้ายอีกหลายฐานะ

ซึ่งที่กลับมาแล้วคือความมั่นใจของนักเตะ โดยกุนซือใหม่ที่มีบารมีอย่าง ฟาน ฮัล สามารถดึงโฟกัสและความมุ่งมั่นของทุกคนออกมาจนกลายเป็นเรื่องมั่นใจของทีม หลังจากสูญหายไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ในระบบการเล่นแบบ 3-5-2 คือปัจจัยหลักที่ ฟาน ฮัล จักใช้กับผีแดง ลองของมาต่อเนื่องช่วงปรีซีซั่น จัดการมาราบหมดไม่ว่าจะเป็น 

1.โรม่า
2.อินเตอร์ มิลาน 
3.เรอัล มาดริด
4.ลิเวอร์พูลและ
5.บาเลนเซีย ไม่ว่าจะเป็นการดวลจุดโทษหรือในเวลาก็แล้วแต่

ในนาทีนี้ยังคงรอการกลับมาของ ฟาน เพอร์ซี่และตัวใหม่ที่มีข่าวจ่อจะได้ตัวทุกวัน แต่ความมั่นใจไม่ต้องรอ ล่วงหน้ามาแล้ว...


2.ทีมเชลซีได้กำจัดจุดอ่อน เมื่อโจเซ่ มูรินโญ่ ประกาศไว้แจ้งตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว เขามีทีมแต่ไม่มีกองหน้าที่จะพาทีมไปถึงแชมป์ ช่วงปิดภาคเรียนลงมือแก้ไขปัญหาหลักทันที

ซึ่งจริงๆแล้วมันก็ไม่ใช่แค่กองหน้า แบ็กซ้ายของทีมที่ไขว้ อัสปิลิกวยต้าไปวิ่งช่วยงานตลอดทั้งฤดูกาลก็ต้องแก้ไขเช่นกัน การจากไปของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ขาดตัวที่จะประสานงานแดนกลางอย่างสมบูรณ์แบบคือได้ทั้งคิดค้นเกม ได้ทั้งการเชื่อมเกม ปิดสกอร์ก็ยังได้

และมูรินโญ่ จึงได้เติม ดีเอโก้ คอสต้า ในแดนหน้า ตรงกลางได้ เชส ฟาเบรกาส เข้ามาเติมเต็ม รวมทั้ง ฟิลิเป้ หลุยส์ ในตำแหน่งแบ็กซ้าย เป็นการแก้ปัญหาตรงจุดเป๊ะ ได้ใจความสมบูรณ์แบบ แถมดึง กูร์กตัวส์ กลับมาอีกคน

จึงส่งสัญญาณชัดเจน ฤดูกาลนี้เชลซีเต็งแชมป์...


3.ทีมปืนโตมีสิทธิ์ได้ลุ้นแชมป์ หลังจากท่อาร์แซน เวนเกอร์ และ แฟนอาร์เซนอลพูดวิธีนี้ทุกปี แล้วก็แผ่วปลายไปทุกปี ทว่าวันนี้นโยบายที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ไม่ขายนักเตะตัวหลักเพื่อนำเงินเข้าสโมสร และทำตรงกันข้ามทุ่มเงินซื้อตัวดีๆเข้ามาเพิ่ม

เมื่อได้ อเล็กซิส ซานเชซ เข้ามากระตุ้นความกระชุ่มกระชวยให้กับทีมและ คาลัม แชมเบอร์ส เตรียมไว้เพื่อวันนี้และอนาคต ในขณะเดียวกัน อารอน แรมซี่ย์ พร้อมที่จะเป็นตัวโดดเด่นอีกครั้ง

ทีมอาร์เซนอลในเชิงบวกถูกแก้ไขให้ดีเยี่ยมขึ้นมา แต่อย่าไปงมงายกับเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ที่ถล่มแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพราะนั่นคือเรือสำรอง เรือสำเภาที่ยังไม่พร้อมปล่อยลงน้ำ

และอย่างไรก็ตามหลายอย่างดูเหมือนจะลงตัวมากขึ้น มีความหวังมากขึ้น ถ้ายืนระยะได้จริงๆก็มีลุ้น...

4.ทีมหงส์แดงกับชีวิตหลังไร้ซัวเรซ คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า หลุยส์ ซัวเรซ คือนักเตะที่ยกระดับเกมของหงส์แดงให้ก้าวร้าวและดุดัน เหตุการณ์ยังงั้นไม่มีอีกแล้ว ต้องยืนด้วยลำแข้งของขุมกำลังใหม่ที่สร้างกันขึ้นมา

และเราก็ไม่ค่อยคุ้นกันเท่าไหร่กับสถานการณ์กระหน่ำซื้อตัวของหงส์แดง แต่ทว่าฤดูกาลที่แล้วมีขุมกำลังให้ใช้งานแค่ 12-13 คนเท่านั้น เมื่อมีเกมยุโรปเข้ามาเพิ่มต้องมีขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่ขึ้นให้สามารถโรเตชั่นได้ 18-19 คนนั่นคือสิ่งที่หวัง

1.
ลัลลาน่า
2.มานกวิโญ่
3.มาร์โควิช
4.ลอฟเรน
5.โมเรโน่ พวกนี้เป็นภายหน้าของทีมทั้งนั้น ด้วยกันคำถามที่คาใจก็คือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส สามารถที่จะใช้เวลาอันสั้นทำให้ทุกอย่างลงตัวไหลลื่นได้หรือไม่

5.ทีมเรือใบไฟแนลเชียล แฟร์เพลย์ แม้จะขยับตัวแทบไม่ได้ก็ยังมี 
1.เอเลียควิม ม็องกาล่า
2.มี แฟร์นานโด
3.วิลลี่ กาบาเญโร่ และ 
4.บาคารี่ ซานญ่า เข้ามา เรือใบต้องเรียนรู้อยู่ในกฎระเบียบเหมือนชาวบ้าน

ถึงแม้จะดูอึดอัดไปหน่อย แต่สถานการณ์โดยรวมยังคงใช้ได้ เพียงแต่ไม่หวือหวาเหมือนที่ผ่านมาเท่านั้นเอง...





8 การเซ็นสนธิสัญญาซื้อขายที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกประจำซัมเมอร์นี้ by อลัน สมิธ




เมื่ออลัน สมิธ ซึ่งเป็นอดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษของอาร์เซน่อลช่วงปลายยุค 80 ถึงต้น 90 ซึ่งปัจจุบันเป็น คอลัมนิสต์ ให้กับ เทเลกราฟ สื่อชื่อดังแดนผู้ดี ให้ทรรศนะถึง 8 การเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีก 2014-15 จะมีใครบ้างลองล่าครับ

1. อเล็กซิส ซานเชซ ของทีมอาร์เซน่อล


ไม่ว่าจะเป็นการหาพื้นที่ว่าง, ด้านความเร็วที่น่าทึ่ง และพลังงานที่ไม่มีวันหมด ดาวเตะชิลีจะสร้างความแตกต่างให้เกมบุกของอาร์เซน่อลในซีซั่นนี้ เขารวดเร็วปราดเปรียว ถ้าปลดล็อกเริ่มยิงประตูได้และท็อปฟอร์มเมื่อไร ปืนใหญ่มีลุ้นแชมป์ได้เลย

2. เชส ฟาเบรกาส จากทีมเชลซี


ซึ่งเขาก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่ามีพรสวรรค์ในการทำเกมบุก รวมถึงพัฒนาการยิงประตูที่ดีขึ้น แข้งทีมชาติสเปนเป็นนักเตะที่โค้ชทุกคนชื่นชอบ เล่นตามแท็กติกที่โค้ชต้องการอย่างเอาจริงเอาจังโดยไม่ปริปากบ่น โชเซ่ มูรินโญ่ ได้เพชรเม็ดงามมาร่วมทีมของแท้

3. เอเลียควิม ม็องกาล่า จากทีมแมนฯ ซิตี้


เป็นคนที่อ่านเกมได้ดี, มีความแข็งแกร่งทางด้านร่างกาย , พร้อมทั้งอายุยังน้อยแค่ 23 ปี แต่การตัดสินใจเด็ดขาดเกินวัย ทำให้ติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดลุยฟุตบอลโลก 2014 ด้วย เขาจะกลายเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ลงตัวกับกัปตันทีม แว็งซ็องต์ ก็องปานี

4. อันเดร์ เอร์เรร่า จากทีมแมนฯ ยูไนเต็ด


เพราะฟอร์มช่วงปรีซีซั่นกับทีมทำได้สุดยอด ได้แสดงให้เห็นถึงการออกบอลที่แม่นยำและรวดเร็ว จุดอ่อนของกองกลางชาวสเปนคือการทำประตู แต่สิ่งนั้นก็ทดแทนโดยการจ่ายบอลที่เฉียบขาดจากแดนกลาง เวย์น รูนี่ย์ และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ จะได้คุณค่าจากเขามากทีเดียว

5. ดูซาน ทาดิช จากทีมเซาธ์แฮมป์ตัน


ซึ่งเป็นอดีตเพลย์เมกเกอร์ของ ทเวนเต้ ปีที่แล้วท็อปฟอร์มสุดๆใน เอริดิวิซี่ ลีก ของฮอลแลนด์ 16 ประตู กับ 14 แอสซิสต์ คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณมาก เป็นนักเตะคนแรกของ โรนัลด์ คูมัน ที่เซ็นสัญญามาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ และจะทดแทนการเสีย อดัม ลัลลาน่า ที่ย้ายไป ลิเวอร์พูล ได้เป็นอย่างดี

6. ดีเอโก้ คอสต้า จากทีมเชลซี


ถ้าจะไม่กล่าวถึงก็ดูจะไม่ได้สำหรับคนนี้ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดคนนึงของยุโรป กักขฬะแกร่ง ทรงพลัง ว่องไว เป็นกองหน้าประเภทที่กองหลังส่วนใหญ่ไม่อยากเจอ แล้วยิ่งมี เอเด็น อาซาร์ และก๊วนมิดฟิลด์เกมรุกของเชลซีระดับพระกาฬคอยสนับสนุนอีก งานนี้คู่แข่งมีเหนื่อย

7. บาเฟติมบี้ โกมิส จากทีมสวอนซี


คงเรียกได้ว่าสุดคุ้มสำหรับทีม หงส์ขาว ที่ได้ตัวเขามาร่วมทีมแบบฟรีๆ ตัวใหญ่แต่รวดเร็ว พักบอลให้เพื่อนก็ได้ ยิงเองก็ดี ยิ่งถ้าทีมเก็บ วิลฟรีด โบนี่ ให้อยู่ต่อได้ การจับคู่ของทั้งสองคนจะสร้างความหนักใจให้กับกองหลังทุกทีม

8. มูฮาเหม็ด เบซิช จากทีมเอฟเวอร์ตัน


โดยโรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ซึ่งเป็นนายใหญ่ของทีมสายตาแหลมคมมากที่คว้าตัวมิดฟิลด์ทีมชาติบอสเนียฯชุดลุยศึกฟุตบอลโลก มาร่วมเข้าทีมได้ เป็นตัวโฮลด์บอลชั้นเยี่ยม และจะช่วยแบ่งเบาภาระ แกเร็ธ แบร์รี่ กับ เจมส์ แม็คคาร์ธี่ย์ ได้เป็นอย่างดี



หงส์แดงจ่ออัพค่าจ้างสเตอร์ลิ่งเป็น4เท่ากันท่าชุดขาว




เมื่อ เดอะ ค็อป ลุ้นทีม หงส์แดง จ่อมอบสัญญาใหม่ระยะยาว พร้อมกันอัพค่าจ้าง สเตอร์ลิ่ง เป็น 6.6 ล้านบาทต่อสัปดาห์เลย เพื่อรั้งอยู่กับทีมต่อไปนานๆ กันท่าทีม ราชันชุดขาว

เมื่อทีมลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวว่า ได้เตรียมยื่นสัญญาฉบับใหม่ พร้อมกับอัพค่าอิดโรยเป็น 120,000 ปอนด์หรือ 6.6 ล้านบาท ต่อสัปดาห์ เพื่อให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกดาวรุ่งฝีเท้าจี๊ดจ๊าดอยู่ค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ ต่อไปนานๆ หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

หลังจากที่สเตอร์ลิ่ง วัย 19 ปีทำผลงานได้อย่างโดดเด่นเมื่อซีซั่นที่แล้ว และมีส่วนสำคัญอย่างมากที่ช่วยให้หงส์แดง มีลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี จนถูกเรียกตัวติดทีมชาติ อังกฤษ ไปสู้ศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศ บราซิล อีกด้วย และด้วยฝีเท้าอันจัดจ้าน ณ เวลา นี้ทำให้กำลังตกเป็นข่าวว่า เรอัล มาดริด นั้นต้องการดึงตัวไปร่วมทีม

ซึ่งอย่างไรก็ตามล่าสุดรายงานล่าสุดระบุว่า หงส์แดง จัดเตรียมกันท่าเหล่าบรรดาทีมที่สนใจในตัว สเตอร์ลิ่ง โดยเตรียมยื่นสัญญาใหม่ให้ แม้ของเดิมนั้นจะหมดลงในปี 2017 ก็ตาม พร้อมอัพค่าเหนื่อยให้เป็น 4 เท่าจากแต่เดิมนั้นรับอยู่ที่ 30,000 ปอนด์หรือ 1.65 ล้านบาท ต่อสัปดาห์



โกลแฉว่าทีมปืนส่อแววปล่อยตัวโพลดี้





เมื่อเวนเกอร์ กุนซือทีม ไอ้ปืนใหญ่ มีแววจะเลือกขาย โพโดลสกี้ ดาวยิงเยอรมัน ออกจากทีมแน่ สื่อแฉมีทีมจากตุรกี และเยอรมัน อยากได้ตัว

โดยที่ โกล ดอท คอม เว็บไซต์กีฬาชื่อดังสาธยายว่า อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วางแผนที่จะปล่อย ลูคัส โพโดลสกี้ กองหน้าทีมชาติเยอรมัน ออกจากถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เวลาในซัมเมอร์นี้ โดยมีทีมชั้นนำจากประเทศตุรกี และเยอรมัน กำลังให้ความสนใจ

หลังจากที่โพโดลสกี้ วัย 29 ปี เหลือสัญญาค้าแข้งกับทีม ไอ้ปืนใหญ่ อีกแค่ 2 ปีเท่านั้น โดยเจ้าตัวต้องการที่จะลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ทว่าตลอดซีซั่นที่ผ่านมาอดีตดาวเตะ เอฟเซ โคโลญจน์ ยังไม่ได้รับโอกาสนั้นมากนัก ซึ่งในเวลานี้มีทีมในตุรกี อย่าง เบซิคตัส และกาลาตาซาราย กำลังตกเป็นข่าวพัวพันอยู่ เช่นเดียวกับบางสโมสรในบุนเดสลีกา เยอรมัน

ในขณะเดียวกัน เวนเกอร์ ก็มีความโน้มเอียงที่จะขายตัว โพลดี้ ออกจากทีม เนื่องจากทีมมีผู้เล่นเกมรุกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น 
1.อเล็กซิส ซานเชส กองหน้าชาวชิลี ที่เพิ่งคว้าตัวมาจากทีม บาร์เซโลนา 
2.ธีโอ วัลค็อตต์
3.แจ็ค วิลเชียร์
4.ซานติ กาซอร์ล่า และ
5.โทมัส โรซิชกี้ รวมถึง 
6.โจเอล แคมป์เบล กองหน้าทีมชาติคอสตาริกา ที่เพิ่งกลับมาจากการยืมตัวกับ โอลิมเปียกอส
เมื่อทีมทอฟฟี่กระอักหลังบาร์คลี่ย์เข่าพังพัก8สัปดาห์

เมื่อทีม ทอฟฟี่ ต้องพบข่าวร้าย เมื่อ บาร์คลี่ย์ ต้องพักราว 8 สัปดาห์ หลังบาดเจ็บหัวเข่าช่วงฝึกซ้อม ส่งผลให้ต้องพลาดนัดเปิดซีซั่นใหม่พบกับทีม จิ้งจอก รวมถึงเกมกับทีม ปืน และทีม สิงห์ ด้วย

โดยที่เอฟเวอร์ตัน ทีมชั้นนำแห่งเวที พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ต้องเจอกับข่าวร้ายก่อนฤดูกาลใหม่จะเริ่มขึ้นอีกเพียงแค่ 1 วัน เท่านั้น เมื่อล่าสุด รอสส์ บาร์คลี่ย์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษ ได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าในช่วงฝึกซ้อม ส่งผลให้นักฟุตบอลรายนี้สามารถต้องพลาดลงสนามกรุณาทม ทอฟฟี่สีน้ำเงิน เป็นเวลาถึง 8 สัปดาห์ เลยทีเดียว

ซึ่งดาวเตะวัย 20 ปี ที่เพิ่งต่อสัญญากับทีม ทอฟฟี่สีน้ำเงิน ไปอีก 4 ปี เกิดอาการบาดเจ็บในช่วงฝึกซ้อม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา 15 สิงหาคม และต้องเดินกะเผลกออกจากสนามซ้อมทันที และเมื่อทีมแพทย์มาดูทีท่า ก็คาดกันว่าจงพักอย่างน้อยราว 6 สัปดาห์ แต่ถ้าหนักกว่านั้นก็คือ 8 สัปดาห์

ทั้งนี้คาดว่า อาการบาดเจ็บของ บาร์คลี่ย์ ส่งผลให้เจ้าตัวจะไม่ไหวลงช่วยต้นสังกัดไปจนกว่าจะผ่านพ้นเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งแน่นอนจะไม่ได้ลงเกมเปิดซีซั่นใหม่ที่จะพบกับ เลสเตอร์ ซิตี้ วันเสาร์นี้ 16 สิงหาคม รวมยอดไปถึงแมตช์สำคัญที่ต้องพบกับ อาร์เซน่อล 23 สิงหาคม และ เชลซี 30 สิงหาคม อีกด้วย

โดยท่านสามารถรับชมข่าว : ฟุตบอล วิเคราะห์ผลบอล ตารางบอล โปรแกรมบอล เพิ่มเติมได้ที่